เมื่อเวลา 00.36 น. วันที่ 31 สิงหาคม 2568 พ.ต.อ.สราวุธ นุชนารถ ผกก.สภ.บางละมุง สั่งการให้ พ.ต.ท.กรณ์พงษ์ สุขวิสิฏฐ์ รอง ผกก.สส.สภ.บางละมุง ร.ต.ท.ธงธวัช พลละคร รอง สว.สส.สภ.บางละมุง นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.บางละมุง บุกไปจับร้านโชห่วยลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ ที่อาคารพาณิชย์ ภายในซอยพรประภานิมิตร 2 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้ของกลางกว่า 600 ชิ้น แบ่งเป็นตัวสูบบุหรี่ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ หัวน้ำยา คอยล์สำหรับเผาไหม้ และน้ำยากลิ่นผลไม้อีกจำนวนมาก

สืบเนื่องมาจากได้รับร้องเรียนจากประชาชนว่า มี บุคคลหัวใส เปิดร้านค้าโชห่วยบังหน้า แต่หลังร้านนั้นเปิดเป็นร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบ หลังได้รับร้องเรียนจึงรายงานผู้บังคับบัญชา ก่อนวางแผน นำกำลังบุกเข้าไปตรวจสอบ พบว่าด้านหน้าร้านเปิดเป็นร้านโชห่วย จำหน่ายสินค้าเบ็ดเตล็ด ที่กำแพงติดโลโก้ร้าน ”ออเดิร์ฟ“ เมื่อเดินเข้าไปตรวจด้านหลังร้าน พบเป็นห้องแอร์ มีตู้โชว์บุหรี่ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ หลากหลายรูปแบบ เรียบได้ว่าครบวงจร ทั้งชุดตัวสูบ หัวน้ำยากลิ่นผลไม้ น้ำยากินผลไม้ และตัวสูบแล้วทิ้ง คอยล์สำหรับเผาไหม้ รวมแล้วมากกว่า 600 ชิ้น แขวนบนแผง และตั้งโชว์อยู่ภายในตู้กระจก

เจ้าหน้าที่จึงทำการควบคุมตัว น.ส.เอ(นามสมมุติ) ซึ่งรับเป็นเจ้าของร้าน พร้อมของกลางเป็นเงินสดที่จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ได้กว่า 20,000 บาท และบุหรี่ไฟฟ้าทั้งหมด ไปตรวจนับอย่างละเอียดอีกครั้งที่ สภ.บางละมุง ซึ่งในระหว่างที่เจ้าหน้าที่จับกุมอยู่นั้น ยังมีบุคคลที่อยู่ภายในร้านพยายามจะขอเคลียร์ ไกล่เกลี่ยให้จบเรื่อง แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิเสธ พร้อมแจ้งหากยังดื้อ จะจับข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงานเพิ่ม

ขณะที่ น.ส.เอ(นามสมมุติ) ให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า ทางร้านแอบเปิดขายบุหรี่ไฟฟ้ามานานกว่า สี่เดือน โดยก่อนหน้านี้เปิดร้านผลไม้ แต่เนื่องจากมีคนเข้ามาใช้บริการจำนวนมาก เกรงว่าจะตกเป็นที่ต้องสงสัย จึงเปลี่ยนเป็นร้านโชห่วย หวังตบตาเจ้าหน้าที่ แต่ก็ไม่รอดพ้นสายตาของเจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.บางละมุง จนกระทั่งถูกจับกุมได้ในขณะที่มีลูกค้าเข้ามาซื้อ พร้อมของกลางดังกล่าว
เบื้องต้น ทางเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม และควบคุมตัวน.ส.เอ(นามสมมุติ) และลูกน้องอีก 2 คน พร้อมของกลางบุหรี่ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก ส่งพนักงานสอบสวน สภ. บางละมุง เพื่อดำเนินคดีตามกระบวนการทางกฎหมายต่อไป
ข่าวยังรายงานอีกว่า “ร้านออเดิร์ฟ” นั้นเคยถูกจับกุมมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ยังไม่เข็ดหลาบ ยังคงลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ก่อนหน้านี้นั้นทางรัฐบาลได้ออกนโยบายปราบปรามบุหรี่ไฟฟ้าอิเล็กทรอนิกส์ ทางร้านจึงปิดตัว แล้วย้ายสถานที่ เปิดเป็นร้านโชห่วยบังหน้า แต่ก็ไม่รอดการจับกุมในครั้งนี้










