ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีผู้ใช้เฟสบุ๊ค ชื่อว่า “Rungthiwa Warachindakul“ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายรองเท้ามือสองชื่อดัง ในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ได้โพสต์คลิปกำลังเค้นลูกจ้าง หลังสามารถจับได้ว่า ลูกน้องเกือบทั้งร้าน โกงเงินค้าขายมาเป็นเวลานาน จนเสียหายมากกว่า 3.5 แสนบาท พร้อมกับระบุข้อความว่า “ภัยใกล้ตัวจากพนักงานที่ไว้ใจ อยู่กันมาราวๆ ครบปีทุกคน ไม่คิดว่าจะเจอกับตัวเอง อยากมาแชร์และเตือนภัยนะคะ รุ้งไว้ใจพนักงานชุดนี้มากๆ จนละเลย ไม่เคยดูกล้อง ไม่ค่อยเข้าร้าน เข้ามาเก็บเงินแล้วก็ไป ไม่ค่อยอยู่ด้วยทั้งวัน เพราะเชื่อใจมากๆ จนกระทั่งได้ยินเข้าหูมาว่าการใช้ ไลฟ์สไตล์ ของพนักงานเริ่มมีเงินเยอะจนผิดปกติ ของคนที่ได้เงินเดือนเท่านี้ ที่รุ้งให้คือ 16,000 ค่าข้าว วันล่ะ 100 ค่าคอม ตกเดือน 2-4 พัน รวมๆ2 หมื่น++ จึงเริ่มมาย้อนดูกล้อง ซึ่งพฤติกรรมพนักงานชุดนี้แบ่งเป็นดังนี้ในวิธีโกง และเค้ายอมรับสารภาพแล้วว่าทำวิธีนี้จริง 1. พนักงานแกล้ง ทำเป็นแลกตังค์ บางทีเอาแบงค์ร้อย มาแลกแบงค์พัน แบงค์ร้อย 10ใบ แบงค์พัน 10-20 ใบ แบงค์ยี่สิบ 10 ใบ แบงค์พัน 10 ใบ อยู่เป็นประจำ ซึ่งเห็นว่าเงินนั้นไม่ครบจำนวนที่แลก ดูจากกล้องวงจรปิด 2. หากลูกค้าคนไหนจ่ายเงินสด จำนวนรองเท้ามากกว่าหนึ่งคู่ขึ้นไป เช่น 2-4 คู่ พนักงานจะไม่ให้ใบเสร็จลูกค้า และจะมาคีย์ใบเสร็จตามทีหลังและทิ้งใบเสร้จลงถังขยะ ซึ่งสังเกตได้ว่าลูกค้าซื้อ4 คู่ พนักงานจะลงแค่คู่เดียวในระบบ แล้วเอาเงินส่วนต่างไป แบ่งกัน 3. ช่วงหลังร้านปิดพนักงานจะปิดยอดแล้วส่งมาให้เช็คทาง LINE ทุกครั้ง …แต่จะมีลูกค้าที่จะชอบมาหลังร้านปิด พนักงานจะให้ลูกค้าสแกนเข้าบัญชีส่วนตัวไม่ลงในระบบ และเอาเงินส่วนต่างไปแบ่งกัน 4. เงินเกินจากยอดขาย ไม่ลงในระบบ แล้วเอาเงินส่วนต่างไป 5. บางทีลูกค้าซื้อรองเท้า คู่ละ 990 บาท แต่ลงในระบบคู่ละ 690 บาท และเอาส่วนต่างตรงนั้นไป และคีย์เข้าในระบบแค่ 690 ทำให้ยอดในสต๊อกไม่ตรงมาหลายรอบ ข้อผิดพลาดของเราคือ ไม่ค่อยนับสต๊อก คิดว่าขาดนิดนิดหน่อยหน่อยคงไม่เป็นไร แต่ที่ไหนได้มาย้อนดูกล้อง ความเสียหายยังนับเป็นเลขกลมๆไม่ได้ แต่หลักแสนขึ้นไปแน่นอน เป็นความใจดีของเราเองที่กลับมาทำร้ายเรา ความเชื่อใจของเราไม่มีค่าอะไรกับคนที่ไม่เห็นค่า คนที่ไม่ซื่อสัตย์ทำอะไรก็ไม่เจริญ หลังจากนี้ขอให้รับกรรม ในสิ่งที่พวกเอ็งกระทำไว้กับพี่แล้วกันนะ ซึ่งคลิปดังกล่าว มีผู้เข้าชมกว่า 1.5 ล้าน ครั้ง

ล่าสุด ช่วงบ่ายวันนี้ เวลา 13.00 น. ( 28 มกราคม 2569 ) ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังร้านขายรองเท้ามือสอง ชื่อว่า “ร้านแม่ค้ารุ้ง“ ซึ่งเป็นร้านขายรองเท้าแบรนด์ยี่ห้อดังๆ มือสอง ตั้งอยู่ริมถนนพัทยาใต้ ม.10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี โดยได้พูดคุย กับ นางสาวรุ่งทิวา วราจินดากุล อายุ 27 ปี เจ้าของร้าน พร้อมกับแฟนหนุ่ม ส.ต.ท.ชนินทร ปิติ พร้อมกับให้ข้อมูลว่า สาเหตุมาออกมาโพสต์ข้อความดังกล่าว เพื่อจะเตือนภัย ให้เจ้าของกิจการต่างๆ เฝ้าระวังลูกน้องตัวเอง เกี่ยวกับความไม่ซื่อสัตย์ของพนักงาน จนถูกโกงเงินไปหลักแสนบาท มิฉะนั้นจะตกเหยื่อเหมือนกับตนเอง

จุดเริ่มของการจับกลโกงของลูกจ้างในครั้งนี้ เริ่มต้นจาก ตนเองเริ่มเห็นความผิดปกติของลูกจ้าง ใช้ชีวิตกินหรูอยู่สบาย ไปเที่ยวพักโรงแรมหรู เข้าคลินิกเสริมความงาม พกเงินเป็นฟ่อน โดยก่อนหน้านี้ พนักงานในร้านจะเบิกเงินใช้ทุกวัน แต่ช่วงระยะหลังลูกน้องกลับไม่เบิกเงิน จากนั้นก็เริ่มรู้สึกแปลกๆ และเริ่มติดตามพฤติกรรมลูกน้อง โดยดูจากกล้องวงจรปิด

สุดท้ายสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เมื่อจับโป๊ะได้ว่าลูกน้องในร้านเกือบทั้งหมด ( 2 ใน 4 คน ) ร่วมกันยักยอกเงินในเก๊ะเก็บเงิน ด้วยวิธี นำแบงค์ 100 มาแลก แบงค์ 1,000 ในเก๊ะเก็บเงิน , ลูกค้าซื้อรองเท้า ไม่คีย์ยอดเงิน เข้าเครื่องคิดเงิน , ลูกค้าซื้อรองเท้าในราคา 900 บาท แต่ลงยอดขายในเครื่องคิดเงิน 600 บาท และไม่ยอมให้บิลกับลูกค้า และ สินค้าที่อยู่ในสต๊อกหายไปบางส่วน ซึ่งหากรวมมูลค่าความเสียหาย 3-4 เดิน สูญเงินไปกว่า 350,000 บาท ส่วนหลักฐานสำคัญที่สามารถจับกลไกการโกงของลูกจ้าง ในครั้งนี้ ก็คือกล้องวงจรปิดซึ่งติดตั้งภายในร้าน โดยตนเองเฝ้ามองดูมานานกว่า 1 สัปดาห์
หลังจากได้ ก็เรียกพนักงานมาประชุม ก่อนจะกดดัน เค้นถามข้อเท็จจริง จนมี 2 พนักงานหญิง กล้ายอมรับว่า ร่วมมือกันกระทำผิดจริงๆ แต่ไม่ยอมบอกตัวเลขที่แท้จริง ว่าได้เงินไปทั้งหมดเท่าไหร่ แต่จะนำมาแบ่งกันหลังจากเลิกร้าน แถมยังพูดจาบ่ายเบี่ยงต่างๆนาๆ โดยขอโอกาส จะทยอยเงินคืน เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดี ตอนนั้น ตนเองเสียใจมากและยอมรับกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ หลังจากนั้น ตนเองพร้อมกับแฟนหนุ่ม ได้เดินทางไปแจ้งกับ ตำรวจ สภ.เมืองพัทยา เพื่อเอาผิดกับพนักงานทั้ง 2 คน ก่อนจะมีการประกาศผ่านทาง Facebook ให้พนักงานที่ก่อเหตุ พ้นสภาพความเป็นพนักงานทันที
นางสาวรุ่งทิวา กล่าวปิดท้ายว่า ทุกข์ใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก เพราะตัวเองทำมาหากิน และแทบจะไม่เคยใช้ชีวิตกินหรูอยู่สบาย พอมาจับได้ว่าลูกน้องตัวเองโกงเงิน จึงอยากนำเรื่องราวดังกล่าวมาโพสต์เพื่อเตือนภัย และให้เฝ้าดูพฤติกรรมลูกน้องตัวเอง ที่มีไลฟ์สไตล์กินหรูอยู่สบาย และไม่คิดว่าเรื่องราวในครั้งนี้จะเกิดขึ้นกับตนเอง










